แนะนำ 5 สถานที่ในเมืองไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมดอกซากุระของเมืองไทย

แนะนำ 5 สถานที่ในเมืองไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมดอกซากุระของเมืองไทย หรือที่เรียกกันว่าดอกพญาเสือโคร่ง

                ใครๆก็คงชื่นชอบความงดงามของดอกไม้และอยากเห็นดอกไม้บานสะพรั่งเต็มต้นหลายคนเลือกเดินทางไปต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปชมความงดงามของดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่นนั่นก็คือ ดอกซากุระ แต่ในวันนี้คนไทยไม่จำเป็นต้องเสียเงินมากมายขนาดนั้นอีกต่อไปแล้วเพราะที่นี่ประเทศไทยเราก็มีดอกไม้ที่ออกดอกงดงามไม่แพ้ดอกซากุระของประเทศญี่ปุ่นเลย

จนหลายคนที่ได้เข้าไปชมความงดงามของดอกไม้ชนิดนี้พากันให้สมญานามดอกไม้นี้ว่า ดอกซากุระเมืองไทย ซึ่งสำหรับประเทศไทยแล้วเราเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่าดอกพญาเสือโคร่ง เป็นดอกไม้สีชมพูออกดอกสวยงามเต็มต้นลักษณะไม่ต่างกับดอกซากุระของญี่ปุ่นเลย และในทุกๆปีดอกพญาเสือโคร่งจะพากันออกดอกบานสะพรั่งอย่างพร้อมเพรียงกันให้เราได้ชื่นชมความงดงามและถ่ายรูปสวยๆเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก หลายคนที่ไม่มีเงินมากพอที่จะต้องนั่งเครื่องบินไปดูดอกซากุระถึงประเทศญี่ปุ่นสามารถมาดูดอกพญาเสือโคร่งแทนได้

เพราะให้ความงดงามที่ไม่ต่างกันเลย แถมยังเดินทางไม่ไกลและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากอีกด้วย วันนี้จึงจะมาแนะนำสถานที่ที่จะเป็นจุดเช็คอินให้กับคนที่ชื่นชอบความสวยงามของดอกไม้ได้มาถ่ายภาพดอกพญาเสือโคร่งกันค่ะ

ซึ่งกำลังเบ่งบานมากตอนนี้ มีที่ไหนบ้างมาดูกันค่ะ

  1. ที่ภูลมโล  อยู่เขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สำหรับที่นี่ดอกพญาเสือโคร่งจะเริ่มเบ่งบานตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมยาวมาจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดอกจะบานสะพรั่งเต็มต้นมีแต่สีชมพูเต็มไปหมดจนถูกขนานนามว่าหุบเขาสีชมพู ที่นี่จะกินพื้นที่เป็น 1000ไร่เลยทีเดียวสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 05.00-16.00 โดยมีรถรับส่งคอยพาเที่ยวรอบๆอุทยานคิดค่าบริการคันและ  800-1000 บาทเท่านั้น
  2. หมู่บ้านภูทับเบิก ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  สำหรับที่นี่จะสามารถชมความงามของดอกพญาเสือโคร่งได้ตั้งแต่หอวัดอุณหภูมิเรื่อยมาจนถึงหมู่บ้านภูทับเบิก
  3. สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน  จังหวัดน่าน สำหรับที่นี่จะสามารถเริ่มชมดอกพญาเสือโคร่งตั้งแต่ริมถนนดานอกสถานียาวเรื่อยไปจนถึงข้างในสถานี ซึ่งดอกไม้จะเป็นสีชมพูเต็มไปหมดเป็นภาพที่งดงามมาก
  4. ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่เป็นอีกสถานที่ที่มีดอกพญาเสือโคร่งสีชมพูสวยงามเต็มไปหมด หากใครที่ได้มาเที่ยวพักผ่อนที่นี่แล้วนอกจากจะได้ถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆแล้ว ยังมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและมีจุดชมทะเลหมอกอีกด้วย
  5. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หรือขุนวาง ซึ่งที่นี่ตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์  มีดอกพญาเสือโคร่งเบ่งบานอวดความสวยงามเต็มไปหมด 

สุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ เที่ยวไหนกันดี

สุรินทร์จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก ตั้งแต่สมัยทวารวดี ซึ่งจากการสันนิษฐานพบว่าเป็นเมืองในยุคสมัยขอมรุ่งเรือง เนื่องจากพบค่ายคูน้ำ และกำแพงดิน เป็นป้อมปราการให้กับขอม ในอดีตคนสุรินทร์ดั้งเดิมมีหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย ไทยอีสาน ขอม กูย ทำให้มีภาษาและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผสมผสานกัน

อย่างไรก็ดีในปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่น่าสนใจมากจังหวัดหนึ่ง ที่เที่ยวที่น่าสนใจที่อยากจะแนะนำไปเที่ยวด้วยกัน เรามาเริ่มต้นกันที่

  1. วนอุทยานพนมสวาย

ลักษณะของวนอุทยานพนมสวายเป็นภูเขาสามลูกรวมกัน คือ พนมพรอล พนมเปร๊ะ และพนมสรัย ที่เที่ยวที่นี่มีผืนป่าเขียวขจีให้เที่ยวและปราสาทขอมจำลอง และมีสถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ดุลย์ อตุโล  เกจิอาจารย์ชื่อดังของสุรินทร์ที่ได้รับความเคารพอย่างสูงให้เราได้มาเคารพบูชากัน รวมๆแล้วการมาที่นี่จะได้สักการะถึง 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของสุรินทร์กันเลยทีเดียว

พระใหญ่ของสถานที่แห่งนี้คือพระพุทธสุรินทรมงคล เป็นพระพุทธรูปสีขาวปางประทานพรองค์ใหญ่เด่นเห็นได้แต่ไกลๆ นอกจากนี้ก็ยังมี พระพุทธรูปดงค์ดำ หลวงปู่สวน รอยพระพุทธบาทจำลอง ศาลเจ้าแม่กวนอิม เต่าศักดิ์สิทธิ์ และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์

  1. หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง

มาถึงสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ จะไม่มาเที่ยวช้างก็กะไรอยู่ จะเหมือนมาไม่ถึงจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านช้างตากลาง เป็นศูนย์คชศึกษา โดยได้แนวคิดในการนำช้างเร่ร่อนตามที่ต่างๆให้กลับมาอยู่ถิ่นฐานบ้านเกิด จึงเกิดเป็นศูนย์แห่งนี้ขึ้นมา ให้นักท่องเที่ยวไปแวะเวียนเยี่ยมชนกัน มีทั้งในส่วนพิพิธภัณฑ์ช้าง และการแสดงของช้างแบบต่างๆ

  1. บ้านท่าสว่าง ศูนย์รวมหัตถกรรม

ที่บ้านท่าสว่างนี้ เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวที่แสดงงานหัตถกรรมผ้าไหมของประเทศ มีฝีมือในการทอผ้าไหมโบราณแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดสุรินทร์ ด้วยความประณีตสวยงาม ลวดลายละเอียดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และใช้เทคนิคดั้งเดิมนี้เอง

ทำให้ผ้าแต่ละผืนต้องใช้คนทอเป็นจำนวนมากและใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะทอสำเร็จ นอกจากนี้ตัวไหมที่ใช้ทอผ้าเองก็เป็นไหมเฉพาะ ที่เรียกว่า ไหมน้อย มีความละเอียด นุ่มนวล หากนำมาทอจะได้ผ้าที่นุ่ม เนียน แน่น ไม่เหมือนใคร

เที่ยวเมืองคามาคุระ

เมืองคามาคุระเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

                                   รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

มีกลิ่นอายวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นยังคงอยู่ตลอดมาอย่างยาวนาน เพราะว่าในอดีตนั้น คามาคุระเป็นศูนย์กลางอำนาจของประเทศญี่ปุ่นมาก่อน ตั้งแต่สมัยโชกุน ซึ่งตอนนั้นจะเรียกว่ายุคคามาคุระ ในยุคนั้นเป็นยุคที่พระพุทธศาสนารุ่งเรืองเฟื่องฟูอย่างมาก ทำให้ส่งผลต่อวัดวาอารามต่างๆ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกสร้างขึ้นมามากมาย และสวยงามมากๆ จนทำให้ปัจจุบันคามาคุระเป็นเมืองพุทธเก่าแก่ทรงคุณค่าของประเทศญี่ปุ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลายคนทั้งคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติมาเที่ยวตลอดไม่ขาดสาย โดยเฉพาะการไปไหว้เพราะขอพรที่พระใหญ่ไดบุตสึ

 

ที่วัดโคโตะกุอิน ที่เป็น Signature ของที่นี่

ไม่มาไหว้เหมือนมาไม่ถึง พระพุทธรูปที่วัดพระใหญ่ไดบุตสึนี้ หนัก 121 ตัน สูงถึง 11.3 เมตร ตั้งอยู่กลางลานวัดอย่างยิ่งใหญ่ พระองค์ใหญ่ ไดบุทสึ นี้มีชื่อเต็มๆ ว่า พระอมิตตาพุทธ นิโอยุราอิ สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1243

นอกจากพระไดบุตสึแล้ว อีกสถานที่ที่มีชื่อเสียงและควรไปเที่ยวไม่แพ้กันคือ วัด Kenchoji Temple เป็นหนึ่งในห้าของวัดนิกายเซนที่ยิ่งใหญ่ แห่งเมืองคามาคุระ มีพื้นที่กว้างใหญ่ตั้งแต่ทีราบจนไปถึงเนินเขา เรียกว่าใช้เวลาได้เป็นชั่วโมงในการเดินชมความงามของวัดนี้ ที่นี่มีสถาปัตยกรรมนิกายเซนอยู่มากมาย

และยังมีดอกซากุระให้ชมด้วย หากมาในฤดูใบไม้ผลิอีกสถานที่คือ Zeinarai Benten เป็นศาลเจ้าที่เป็นการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธกับศาสนาชินโต มีการจุดธูปไหว้พระ มีการนำเงินมาล้างน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเชื่อว่าจะทำให้เงินนั้นงอกเงยเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ให้โชคให้ลาภมากขึ้น

วัด Meigetsuin Temple ยังไม่พ้นเรื่องวัดอย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าที่นี่มีวัดที่น่าสนใจมากมาย วัดแห่งนี้ มีจุดเด่นคือรอบๆวัดมีดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าสวยงามโดยรอบวัด โดยจะออกดอกมากที่สุดในช่วงเดือนมิถุนายน อีกทั้งด้านหลังวัดยังมีสวนดอกไอริสอีกด้วย

ปิดท้ายทีวัด Hokokuji Temple เป็นวัดสวนไผ่ เก่าแก่ ในสวนบริเวณวัดเป็นสวนไผ่ร่มรื่นให้บรรยากาศที่ดี แถมยังมีชาร้อนๆ ขายให้จิบเพลินๆระหว่างนั่งเล่นในสวนไผ่อีกด้วย บรรยากาศดี ได้ไหว้พระ เรียกว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว